การดำเนินการแก้ไขฐานรากต้อมีความเสี่ยงอย่างไรและต้องระวังอะไรบ้าง?

การปรับปรุงฐานราก (Foundation Strengthening) เป็นกระบวนการที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการทรุดตัวของอาคาร (เช่น บ้านทรุด, ซ่อมพื้นทรุด หรือ ส่วนต่อเติมทรุด) ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การออกแบบโครงสร้างที่ไม่เหมาะสม (เสาเข็มเล็กเกินไป หรือปริมาณน้อยเกินไป), ความบกพร่องจากการติดตั้ง (เช่น เสาเข็มหัก, ติดตั้งเสาเข็มไม่ได้ความลึกที่ต้องการ หรือเสาเข็มเยื้องศูนย์) เป็นต้น การปรับปรุงฐานรากมีความเสี่ยงหลายประการที่ต้องระวัง อาทิเช่น 1. การเก็บข้อมูลหน้างาน เช่น แนวระดับและดิ่งของอาคาร ลักษณะของรอยร้าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไปประกอบกับแบบโครงสร้างเก่า แล้วนำไปวิเคราะห์โครงสร้างเดิมและวิเคราะห์ข้อมูลดิน ต้องทำโดยวิศวกรโครงสร้างที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น 1. พื้นที่ทำงานใต้อาคารคับแคบ บางครั้งเป็นพื้นที่อับอากาศ ควรต้องมีการติดตั้งระบบระบายอากาศเพิ่มเติมให้ผู้ปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัย 2. ฐานรากบางประเภท (เช่น ฐานรากแผ่ หรือฐานรากบนเสาเข็มสั้นชนิดแรงฝืด หรือฐานรากเดี่ยวเยื้องศูนย์) การขุดดินออกเพื่อให้ช่างลงไปทำงาน ระหว่างนั้นอาจทำให้อาคารทรุดตัวเพิ่มเติม เป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ 3. ควรต้องมีการ Monitoring แนวระดับพื้นชั้นล่าง และแนวดิ่งของอาคาร ตลอดระยะเวลาที่ทำงาน และมีการแจ้งเตือนผู้ปฏิบัติงานให้ออกจากพื้นที่ หากอาคารมีอัตราการทรุดตัว หรือโครงสร้างเคลื่อนตัวมากผิดปกติ 4. การลงเสาเข็มไมโครไพล์ บางกรณีจะใช้น้ำหนักอาคารเดิมเป็น Counter Weight เพื่อกดเสาเข็มลงไป ดังนั้นควรลงเสาเข็มไมโครไพล์ตำแหน่งที่โครงสร้างเก่าจะสามารถรับ Reaction Force ได้อย่างเหมาะสม มิฉะนั้นโครงสร้างเดิมบริเวณนั้นอาจแตกร้าวเสียหายได้ และไม่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน 5. กรณีส่วนต่อเติมทรุด หากของเดิมเป็นโครงสร้างเบา ควรต้องมีการใส่ Dead Weight เพิ่มน้ำหนัก (เช่น กระสอบหิน, ทราย หรือปูนซีเมนต์ที่ใช้ในงานก่อสร้าง) เพื่อเพิ่ม Counter Weight ให้สามารถลงเสาเข็มไมโครไพล์ ให้ทะลุถึงชั้นดินที่มีความแข็งแรงได้ หรือไม่ ก็อาจเลือกลงเสาเข็มไมโครไพล์ระบบตอกด้วยตุ้มน้ำหนักแทน 6. ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบและการควบคุมงานต่างๆ ควรอยู่ในการดูแลของวิศวกรโครงสร้างที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น ดังนั้น การปรับปรุงฐานรากจึงเป็นงานที่ต้องใช้ความระมัดระวังและความเชี่ยวชาญอย่างสูง เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินการ

เรียนรู้เพิ่มเติม