ทำไมอาคารจึงทรุดตัวได้?
การทรุดตัวไม่เท่ากันในอาคารเกิดจากหลายสาเหตุที่สำคัญ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเด็นหลักได้ดังนี้ 1. การก่อสร้างในระบบฐานรากตื้น: หากอาคารถูกสร้างขึ้นบนฐานรากที่ไม่เหมาะสม เช่น เสาเข็มสั้นหรือฐานรากแผ่ในดินเหนียวอ่อนที่มีปริมาณน้ำในดินสูง (ดินมีกำลังการรับน้ำหนักต่ำ) จะทำให้เกิดการยุบอัดตัวได้ง่าย หากต่อเติมอาคารก็อาจเกิดปัญหาส่วนต่อเติมทรุด 2. การใช้ระบบฐานรากเสาเข็มที่ปลายเสาเข็มอยู่บนชั้นดินต่างประเภท: อาคารเดียวกัน แต่เสาเข็มอาจมีความยาวแตกต่างกันได้บ้าง เนื่องจากโปรไฟล์ชั้นดินมีความแปรผันไม่คงที่ (เช่นกรณ๊เข็มตอกที่เมื่อตอกเสร็จแล้วมีการเช็ค blow count ทุกต้น แต่เสาเข็มโผล่เหนือดินสูงต่ำไม่เท่ากัน) แต่หากปลายเสาเข็มวางอยู่บนชั้นดินต่างชนิด (เช่น ต้นหนึ่งฝังในชั้นทราย อีกต้นฝังในชั้นดินเหนียว) เสาเข็มก็จะเกิดการทรุดตัวไม่เท่ากันเมื่อรับน้ำหนักได้ ทำให้เกิดปัญหาบ้านทรุด 3. ความบกพร่องของเสาเข็ม: เสาเข็มที่มีปัญหา เช่น เสาเข็มหักหรือชำรุด (ส่วนใหญ่จะมีปัญหาตั้งแต่การติดตั้ง) อาจทำให้เกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันได้ 4. การออกแบบฐานรากที่ผิดพลาด: เช่นการไม่เจาะสำรวจดินเพื่อนำข้อมูลดินมาคำนวณกำลังการรับน้ำหนักของดิน หรือการคำนวณน้ำหนักบรรทุกของอาคารที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ฐานรากไม่สามารถรับน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดการทรุดตัวไม่เท่ากัน การตรวจสอบอาการทรุดตัวไม่เท่ากัน เบื้องต้นสามารถทำได้โดยการสังเกตระดับพื้นอาคารที่เอียง การแตกร้าวที่ผนัง หรือการเปิดปิดประตูหน้าต่างที่ไม่สะดวก ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้ควรปรึกษาวิศวกรเพื่อหาทางแก้ไขโดยเร็ว ซึ่งการแก้ไขซ่อมแซมบ้านทรุดอาจต้องปรับปรุงฐานราก โดยการลงเสาเข็มไมโครไพล์ แล้วจึงค่อยซ่อมโครงสร้างที่เสียหาย และซ่อมผนังร้าว, ซ่อมหลังคารั่ว และปรับปรุงบ้านโดยช่างซ่อมบ้านภายหลัง
เรียนรู้เพิ่มเติม